2007/Jan/22

ทำไมการลงโทษของการทำผิดเพียงครี้งเดียวมันถึงรุนแรงอย่างหนัก

ทั้งที่มีเหตุผลจำเป็นแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับการเห็นใจ

เหมือนจะกดให้จมดินมากเสียหว่าจะให้โอกาสอีกครั้ง

ก็ยอมรับว่าทำผิดที่เมินเฉย...แต่ในช่วงเวลานั้นก็ไม่พร้อมจริงๆที่จะต้องทำตามที่บอก

ตอนนี้พอบอกเหตุผลและขอแก้ตัว กลับรู้สึกเหมือนโดนแกล้ง

ตอนแรกก็เฉยๆ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองผิดเองในครั้งแรก

แต่หลายๆครั้งเข้าก็เริ่มทนไม่ไหว อะไรกันทำไมถึงต้องให้ตามง้ออยู่หลายครั้ง ตามขอโทษโดยไม่ได้รับการอภัยอยู่อย่างงี้

พอโทรไปปรึกษากับเพื่อน ก็โดนมันว่า ว่าเพราะเป็นคนแบบนี้เลยต้องโดนแบบนี้ นึกว่าแกจะเข้าใจ นึกว่าแกจะปลอบใจ มันสอบไม่ได้หลงเป็นห่วงเป็นใยแต่พอโทรไปก็ถามว่ามีอะไรเหรอ ไม่ได้เป็นอะไรนี่ อืมมมม ชั้นคิดมาก กังวล ห่วงเกินไปเอง นี่ไม่ใช่เหรอ ความห่วงใยเพื่อนที่แกบอกว่าชั้นไม่มี......

ทั้งที่ชั้นก็บอกแกแล้วถึงเหตุผลที่ไม่อาจทำตามที่คนพวกนั้นสั่งได้ แต่แกเคยใส่ใจฟังมั้ย ได้ตั้งใจฟังที่ชั้นเล่ารึเปล่า รึว่าเอาแต่ตั้งท่าจะด่าจริงๆ

ไม่นึกเลยว่าจะโดนแกพูดแบบนี้

แค่เรื่องปัญหาแรกนั้นมันก็หนักหนาแล้ว

.

.

.

เวลาเจ็บ...ก็เจ็บอยู่คนเดียวไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น แต่เวลาอย่างนี้กลับรุมด่ากันทุกคน โดยไม่ฟังเหตุผล

เสียใจจริงๆที่รักไป

ไหนเคยบอกว่าเรารักกัน มีอะไรให้บอกกัน จะคอยช่วยเหลือกัน

หากมีแผลแลเว มันก็จะเป็นแผลเป็น ที่ไม่อาจลบเลือน

2006/Nov/02

เมื่อวานไปหาหมอฟันมา

เจ็บเหงือกมาเป็นเดือน

แต่ด้วยอาการกลัวหมอ(มือหนัก)อย่างแรงก็เลยไม่ยอมไปหาสักที

จนเริ่มเคี้ยวอาหารไม่ได้แล้ว เลยต้องไป

อ๊ะ..เจอคุณหมอหล่อแฮะ เป็นหมอฝึกหัดอ่ะ

อืมมมมม มือค่อยข้างหนักแฮะ แต่....ให้อภัยด๊ายยยยย

ได้มองใกล้ๆ อืออออออออ หล่อใส(ไม่ไร้รักชัวร์ๆ)มั่กมากกกก

และแล้วก็เจอสิ่งแปลกปลอม

ส่งใบให้ไปเอกซ์เรย์

เจอคับ...เจอ

ฟันคุ๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

สิ่งที่คาดว่าชีวิตนี้กุคงไม่มี

เพราะ....พ่อก็ไม่มี แม่...ก็ไม่มี

กร๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ แล้วมันมาโผล่ที่กุได้ไงฟร้า

ที่กลัวก็เพราะว่าเคยไปฝึกงานที่โรงบาลแล้วไปดูหมอผ่าฟันคุด

หลอนติดตา แบบว่ากลัวเลือดโคดๆๆ เข่าอ่อนเลย

ได้ดูอะไรๆที่น่ากลัวมาก แบบฟันกระแทกพื้น หายไปยกแผง รึว่าฟันเป็นอะไรไม่รู้เลือดเต็มปากเลย

ดูหมอรักษาไปก็ดมยาดมไป

อย่างงี้จะเป็นหมอได้มั้ย....ไม่ต้องสงสัยเลย กลัวเลือดรักษาไม่หาย

ขนาดแค่เจาะหูก็ยังกลัวเลย

เอาล่ะๆๆ เข้าเรื่องฟันตัวเองต่อ

ก็มะมีไรหรอก แบบว่ามีฟันคุด กะปลื้มคุณหมอฟันฝึกหัด

น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก

ใช้กุเป็นเคสศึกษา ดูนั่นเช็คนี่ เรียกอาจารย์มาสอน

อืมมมมมมมมมม ความตั้งใจเป็นเยี่ยม แถมยังอารมณ์ดี ขี้เล่นด้วย อย่างงี้กุปลื้ม จบ

เห็นหมอแล้วก็นึก อืออออออ กุไปสอบทันตะดูดีมั้ยน้า

เพื่อนมันก็จะสอบกันนี่นา

จะสอบได้มั้ยน๊า ไม่ได้เตรียมตัวเลย

คิดไปเรื่อยไปเปื่อย

คืนนั้นก่อนนอนก็อ่านหนังสือเรื่องหุ้นไปเรื่อยๆ แล้วเก็บเอาไปฝันอีกแน่ะ

ฝันว่าไปเล่นหุ้นกับคุณหมอ

กร๊าซซซซซซซซซซซซซ

ไปด้วยกันได้ไงฟระ คุณหมอฟัน กับนักศึกษาเศรษฐศาสตร์

ฝันว่าโหวกเหวกโวยวายอยู่ในตลาดหุ้นอ่ะ ว่าจะเอาตัวไหน

คุณหมอถามว่าจะซื้อตัวไหนดี

กุก็...MTH ....MIT.....บลาๆๆๆ แนะนำเสณ็จ

ก็พากันตะโกน เคาะซื้อๆๆๆๆ

อารมณ์เลือดพุ่งพล่านสุดๆ

ตลกดี เก็บไปฝันเป็นเรื่องเป็นราว เอาเรื่องมาผูกกันได้อย่างน่าอัศจรรย์จริงๆ

ไปละ....


edit @ 2006/11/02 22:12:40


edit @ 2006/11/02 22:15:42

2006/Sep/03

Kiss No. 1-3 ยังไม่ได้ลง

อยากลงตอน 4 ก่อน

ไม่เป็นไร อ่านรู้เรื่องอยู่แล้ว

เรื่องไม่ซับซ้อน

ชอบก็เม้นต์นะอั๊บ

.................................

วันนี้ วันเกิดนายใช่มั้ยคาเมะ จินรวบรวมความกล้าแล้วพูดขึ้นทันทีที่เจอหน้ายามเช้า

ใช่แล้วไมเหรอ เห็นท่าทีของร่างสูงที่อ้ำๆอึ้งๆ ก็ทำให้คาเมะงง

happy birthday~~~kame chan ช่อดอกไม้พร้อมตุ๊กตาโดนัลดั๊ก ถูกยื่นจากจินไปอยู่ในอ้อมกอดของคาเมะ

ว้าววววววว ขอบคุณนะ ชอบคุณเป็ดที่สุดเลยยยยย ร่างบางยิ้มหน้าบาน

จินนึกเสียใจนิดหน่อย ทำไมคาเมะไม่พูดว่า ชอบคุณจินที่สุดเลยนะ ดันกลายเป็นคุณเป็ดไปซะ แต่ก็เอาเถอะ คุณเป็ดก็เหมือนตัวแทนของจิน

ทำไมถึงรู้ว่าชั้นชอบโดนัลคุงล่ะ คาเมะหันกลับมาถามจิน

เอ๋..ก็ก็เปล่านี่ เห็นเจ้านี่มันเหมาะกะนายก็เลยซื้อมา.. จินอ้ำอึ้งรอบสอง เกือบไปเกือบหลุดว่ารู้มาจากเจ้าฮิคารุ

อ๋อ ที่แท้นายก็คิดว่าชั้นเหมือนเป็ด เสียงเหมือนเป็ดใช่มั้ย เข้าใจเลยล่ะ ขอบใจนะเต่าจะรักเป็ดอย่างดีเลย คาเมะเหมือนนึกออกตอนครั้งแรกที่เจอจินก็ถูกจินว่าเสียงเหมือนเป็ด เลยประชดว่าตัวเองเป็นเต่า

เฮ้ยยยยย ไม่ใช่ นายเข้าใจผิดแล้ว มันเรื่องบังเอิญ เดี๋ยวววววว จินวิ่งตามร่างบางที่หน้าบูดออกไป

ที่ห้องของคาเมะ

หนอยแน่ะ ไอ้หมู ไอ้หมูตอนเนื้อตัน ที่แท้ก็หาทางแกล้งเรา ต้องโดนเจ้านี่แกล้งไปอีกตลอดเลยรึไงนะ

คาเมะซัดกำปั้นเข้าใส่โดนัลคุง จินตนาการว่าเป็นจิน

ร่างสูงวิ่งมาถึงหน้าห้องของคาเมะ คาเมะวิ่งเร็วชะมัด บ่นพลางหอบแฮ่กๆ

คาเมะ นายเข้าใจผิดอย่างแรง มันไม่ใช่อย่างงั้น ชายหนุ่มตะโกนเข้าไปในห้องที่ถูกล็อกไว้ มือก็พยายามบิดกลอนประตู

นายจะมาพูดแก้ตัวทำไม นายมีสิทธิ์จะแกล้งชั้นได้ตามใจชอบอยู่แล้วนี่ นายก็แกล้งชั้นมาตลอด คาเมะชักจะเหลืออด ประชดประชันออกมา..วันเกิดแท้ๆ ยังต้องมาอารมณ์เสียกับเจ้านี่อีก

หนอย นายนี่มันหัวดื้อ เข้าใจยากจริงๆ ฮึ่ย ชายหนุ่มซัดกำปั้นเข้าใส่ประตู แล้วเดินหายไป

เมื่อไหร่จะไม่ต้องเจอไอ้เจ้านายป่าเถื่อนอย่างงี้เนี่ย ร่างบางที่นอนแผ่อยู่บนเตียงรำพึงรำพัน แล้วมองดูช่อดอกไม้ที่ได้มาด้วย ดอกไม้สีขาวแซมด้วยสีส้ม สวยถูกใจเขาจริงๆ

หมอนั่นทำอย่างกะเราเป็นผู้หญิง มีผู้ชายที่ไหนเค้าให้ดอกไม้ผู้ชายด้วยกัน คงอยากจะแกล้งเราซะจริงๆ ไม่น่าหลงดีใจเล้ยยย เขากำช่อดอกไม้แล้วขว้างลงถังขยะไป

ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนโซฟา คิ้วขมวดเข้าหากัน

ครุ่นคิดถึงร่างบางเมื่อครู่

ทำไมถึงได้เข้าใจผิดกันไปถึงขั้นนั้น ที่เค้ารู้วันเกิดคาเมะรวมถึงของชอบของคาเมะ ก็เพราะเจ้าฮิคารุที่คอยบอกทุกอย่างรวมถึงเรื่องที่คาเมะโปรดปรานโดนัลดั๊กส์เป็นที่สุด

แล้วเขาก็ออกไปหาดอกไม้สีขาวและสีส้มอย่างที่คาเมะชอบ คงเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเคอะเขินในการซื้อดอกไม้ จนพนักงานสาวต้องถามอย่างอดไม่ได้ว่าซื้อไปให้ใคร เพราะโดยปรกติแล้ว เขาคือหนุ่มมาดเท่ห์ ดูหรูหรามีระดับ ไม่เคยมีท่าทีอ้ำอึ้ง

ทั้งที่เขาตั้งใจจะจัดวันเกิดให้คาเมะ แต่กลับกลายเป็นอย่างนี้ไป

จะโทษคาเมะที่เข้าใจผิดก็คงไม่ใช่

เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน คาเมะก็โดนจินแกล้ง และอีกหลายต่อหลายครั้งตลอดเวลา รวมถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น.ที่เขาไม่สามารถเรียกความเชื่อใจจากคาเมะมาได้อีก

มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ถ้าคาเมะจะมองเขาอย่างไม่เป็นมิตร

อย่างไรก็ตามเขาต้องการที่จะขอโทษคาเมะจากหัวใจ

มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านี่มันเป็นความรู้สึกที่ต้องการจะไถ่โทษหรือความรู้สึกอะไร แต่มันเป็นความรู้สึกอย่างแรงกล้า ให้เขาเข้าหาคาเมะ

ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ซักพักก็ลุกไป

คาเมะจัง ชั้นผิดไปแล้วขอโทษนะ เปิดให้ทีเถอะ จินรัวเคาะประตู

หมอนี่จะมาไม้ไหนเนี่ย เสียงเคาะประตูทำให้ร่างบางตื่นจากภวังค์

คาเมะ.คาเมะนายเป็นอะไรรึเปล่าทำไมไม่ตอบ ถึงจินจะพูดเท่าไรก็ไม่มีเสียงตอบกลับ

คาเมะ ชั้นจะเข้าไปแล้วนะ ไม่พูดเปล่ากุญแจถูกเสียบเข้าพอดี แล้วกลอนประตูก็บิดออก

นายจะมาทำอะไรอีก คาเมะตกใจเดินถอยไปจนติดผนัง

นายเข้ามาได้ยังไง คาเมะกอดหมอน อาวุธชิ้นสุดท้ายเอาไว้แน่น

นายลืมไปแล้วเหรอ ว่าชั้นเป็นเจ้าของของที่นี่ ลุงอุเอดะเค้าให้มาน่ะ จินยิ้มหน้ายียวน

ไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มคว้าร่างบางขึ้นบนบ่า แล้วก้าวออกจากห้องไป

นายทำบ้าอะไรน่ะ ไอ้ @#~~&^%*$$~~~~ คาเมะด่ารัวเป็นชุด

แต่ก็หยุดร่างสูงนี้ไม่ได้ ร่างบางได้แต่ดิ้นไปมา แต่ก็ไม่สามารถหนีรอดไปได้

เขาจับร่างบางใส่รถปอร์เช่คันเก่ง แล้วขับออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว

คาเมะจังมาถึงสวนสนุกแล้วนะ ลงมาเถอะ จินคว้าแขนของร่างบางให้ลุกขึ้นแต่ดูจะเป็นไปได้ยาก

นายจะเอายังไงกับชั้นหาาา ชั้นยังมีงานต้องทำนะ งานบ้านก็ยังต้องทำอีก คาเมะเริ่มอารมณ์เสีย เขาเหลืออดจริงๆกับเจ้านายแสนเอาแต่ใจอย่างงี้

ชั้นขอสั่งให้นายไม่ต้องทำความสะอาด จินสั่งอย่างเด็ดขาด

อะไรของนายบ้ารึเปล่า คาเมะมองดูจินอย่างเอือมระอา

ว่าไงนะ นี่นายหาว่าชั้นบ้าเรอะ นายนี่มัน.. จินลืมตัวขึ้นเสียงใส่คาเมะ (ความรักแกจะไปถึงไหนมั้ยเนี่ยเจ้าจินเอ๋ย)

คาเมะคุง ไปเที่ยวกันเถอะเสียงเล็กๆ ที่แทรกขึ้นมาท่ามกลางความวุ่นวายของสองหนุ่ม เหมือนเสียงสวรรค์ช่วยสงบศึกลงได้

คาเมะหันมองตามเสียง แล้วก็พบเด็กชายตัวเล็กๆ

ฮิคารุจัง!! คาเมะมีรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า

ไม่ใช่แค่ฮิคารุนะ พวกเรามากันครบเลย เสียงประสานกันของเด็กๆ ทำให้คาเมะหันมองไป

ยาบุ ไทโย โฉะอง ร่างบางก้าวออกจากที่นั่งมากอดเด็กๆ ตุ๊กแกที่เกาะที่นั่งเหนียวหนึบให้หมูมาลากก็ยังไม่ลุกเมื่อกี้หายวับไป

จินยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง คิดถูกจริงๆที่พาเจ้าเด็กพวกนี้มาด้วย

ผมอยากเล่นรถไฟเหาะฮะ คาเมะคุง ฮิคารุจูงคาเมะออกเดินไป

จินพร้อมทั้งเด็กๆที่เหลือเดินตามไป

เมื่อขึ้นเครื่องแล้ว จินนั่งข้างคาเมะ ดูเหมือนคาเมะจะไม่ได้สนใจจินที่นั่งข้างๆเลย เพราะมัวตื่นตาตื่นใจกับเครื่องเล่น เครื่องเริ่มเคลื่อนที่แล้วเร่งความเร็วขึ้นเรี่อยๆ คาเมะหลับตาปี๋ จินหันไปมองเป็นระยะ ไม่นึกว่าคาเมะจะกลัว

เครื่องมาถึงจุดที่จะตีลังกาซึ่งเป็นไคลแมกซ์ คาเมะหลับตาปี๋ จินสะกิดให้ลืมตามอง คาเมะส่ายหน้าไปมา

เมื่อเครื่องตีลังกาแล้วคาเมะก็ร้องออกมาด้วยความหวาดเสียว ทำเอาจินที่นั่งข้างๆยิ้มอย่างเอ็นดู

นายเลือกเครื่องเล่นได้แจ๋วจริงๆเล้ยยย คาเมะตบหัวฮิคารุเบาๆ มืออีกข้างทาบที่หน้าอก หัวใจยังเต้นรัวอยู่

เป็นอะไรมั้ยคาเมะ พักก่อนมั้ย จินเดินเข้ามาหา

ไม่เป็นไรหรอก เล่นต่อได้ คาเมะยิ้มให้จินราวกับลืมเรื่องราวก่อนหน้านี้

ผมอยากเข้าบ้านผีสิงฮะ ยาบุเสนอขึ้นมา

ทุกคนจึงตกลงไปที่บ้านผีสิง

บ้านผีสิงเข้าไปได้เป็นคู่ๆ

น่ากลัวจังเลย ฮิคารุและไทโยที่เข้าไปเป็นคู่แรกกอดกันกลม

โดยมียาบุและโฉะองตามไปเป็นคู่ที่สอง

คาเมะและจินเดินเข้าไปเป็นคู่สุดท้าย

ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลยเนอะคาเมะ จินทำใจกล้าเดินนำหน้าไป แล้วเอามือทาบผนัง ทันใดนั้น ใบหน้าเละๆก็โผล่ออกมา อยู่ห่างจากจินไม่กี่เซน

อ้ากกกกกก ว้ากกกกกกจินร้องอย่างลืมตัว แล้ววิ่งมาเกาะแขนคาเมะ

คาเมะมองจินอย่างงๆ ไม่เชื่อสายตา หมอนี่กลัวผีขึ้นสมองรึเนี่ย

ไม่น่าเชื่อ

เรารีบออกไปกันเถอะ จินกอดเอวร่างบางไว้แน่น

จะรีบทำไม สนุกดีออก คาเมะยียวนบ้าง ค่อยๆเดินไปโดยมีจินเกาะแขนตามไปติด

ตามรายทาง เหล่าผียื่นมือ และเดินออกมาหลอกจินตลอดเส้นทาง

จินจึงเหมือนเปิดเอฟเฟ็กต์เสียงเอาไว้ พอโดนแตะปุ๊บก็มีเสียงเอฟเฟ็กต์ออกมาจากจิน ดังจนเป็นเสียงเอกโค่ไปทั่ว

เมื่อเห็นทางออกอยู่รำไร จินเร่งดันคาเมะให้รีบๆเดิน ไม่วายเจ้าโครงกระดูกกระโดดออกมาเกาะจินเอาไว้

คาเมะช่วยด้วย ชายหนุ่มอ่อนแรงเสียจนหมดแรงหนี

คาเมะอดสงสารไม่ได้

คว้าจินมาไว้ในอ้อมกอด แล้วพาเดินออกมา

จินรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของคาเมะที่ห้อมล้อมตัวเขาอยู่ แขนบางที่โอบรอบตัวเขาอยู่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่น

สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าขาวเนียนของร่างบาง

ไหวมั้ยเนี่ย พอออกมาแล้วคาเมะก็ถามจิน

โธ่ ไหวอยู่แล้ว จินยืดตัวตรง แต่แล้วก็หน้ามืดซวนเซไปหาคาเมะอีกที

เอางี้ละกัน เดี๋ยวนายนั่งนี่ก่อน ชั้นจะไปหาอะไรเย็นๆมาให้กิน คาเมะพาจินไปนั่งที่ม้านั่ง แล้วเดินไปที่ร้านขายน้ำ

เป็นไงบ้างจินซัง แก๊งเด็กทั้งสี่เข้ามาห้อมล้อมจินที่นั่งกุมขมับอยู่

พวกเราได้ยินเสียงเอคโค่เหมือนโดนเชือดด้วยล่ะ พวกเด็กๆล้อเลียนกันใหญ่

ไปไกลๆเลยป่ะ พวกนายน่ะ จินโบกมือไล่พวกเด็กๆ

กรี๊ด(สาว)แตก เลยอ่ะ เด็กๆยังยียวนไม่เลิก

พวกแกยาบุนายแสบมาก จินกัดฟันกรอดๆ

ชั้นให้เงินพวกนายไปเที่ยวในนี้ได้ตามสบาย ขอให้ชั้นได้เดทกับคาเมะสองต่อสองละกัน จินควักแบงค์ให้หลายใบ

ไปก็ได้ แต่ที่ไปเพราะเราอยากให้คาเมะคุงมีความสุข ไม่ได้อยากให้จินซังมีความสุขหรอกนะ พูดจบแล้วพวกเด็กๆก็หายไปอย่างรวดเร็ว

ปล่อยจินนั่งอย่างอ่อนแรง หมดมาดอยู่คนเดียว โธ่ เดทของเรากับคาเมะ ดูไม่ได้เลย

คาเมะเดินกลับมาพร้อมโค้กสองกระป๋องและช็อกโกแล็ตมากฝากพวกเด็กๆ พลางนึกไปถึงสภาพจินในบ้านผีสิง ไม่นึกไม่ฝันจริงๆว่าจะได้เห็นชายหนุ่มมาดเท่ห์ในสภาพเช่นนั้น คาเมะเดินอมยิ้มมา

อ่ะ กระป๋องโค้กยื่นไปแนบแก้มชายหนุ่ม

โอ้ย มันเย็นนะ จินรับมาแล้วเปิดดื่มอึกใหญ่ เรียกความสดชื่นกลับมา

อ้าว.แล้วพวกเด็กๆล่ะ คาเมะมองไปรอบๆ ไม่เห็นหัวเจ้าลิงซักตัว

อ๋อเค้าบอกว่า อยากไปเล่นกันเอง ขี้เกียจรอคนแก่แบบเราน่ะ จินโกหกได้ทันควัน

งั้นเราก็นั่งพักที่นี่ซักพักละกัน คาเมะนั่งลงข้างจิน เหม่อมองดูผู้คนเดินไปมา

จินมองดูคาเมะที่มีท่าทางเฉยๆ ไม่รู้ว่านึกหัวเราะเยาะเขาอยู่ในใจ หรือว่าเบื่อกันแน่

เขานั่งคิดไปคิดมาก็ลุกขึ้น คว้าแขนร่างบางออกเดิน

จะไปไหนอ่ะ คาเมะเดินไปตามแรงลาก

นี่ไงล่ะ จินชี้ไปที่ตุ๊กตาโดนัลดั๊กที่มีคนอยู่ข้างใน รวมทั้งมิกกี้และมินนี่

ไปถ่ายรูปกันเถอะ จินจูงมือคาเมะเข้าไป

คาเมะมองดูมือจินที่จับมือตัวเองไว้แน่น นึกอยากแกะออก แต่ก็ต้องปล่อยเลยตามเลย

เอ้า cheese ชายหนุ่มโอบหลังร่างบางขณะถ่ายรูปคู่กับเจ้าเป็ดตัวโปรดของร่างบาง

แล้วเจ้าเป็ดก็กอดคาเมะถ่ายอีกรูป

ร่างบางยิ้มออกมาอย่างร่าเริง

มาถ่ายกับมิกกี้บ้างสิ จินดึงคาเมะออกมาจากอ้อมกอดของเป็ด

แล้วก็เก๊กถ่ายพร้อมกันกับมิกกี้

ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่มองดูสองหนุ่มกอดกันถ่ายรูปกับตุ๊กตา

คาเมะที่รู้สึกถึงสายตาทั้งหลาย พยายามดันตัวออกจากอ้อมกอดของจิน แต่ชายหนุ่มก็ใช้วิชาตุ๊กแกเกาะอย่างเหนียวแน่น

คาเมะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในจิน ชายหนุ่มอ่อนโยนขึ้น

อาจเป็นเพราะเขาต้องการขอโทษในสิ่งที่เขาได้ทำลงไป

แม้มันไม่อาจชดใช้ได้

แต่การทำแบบนี้ก็ทำให้คาเมะมองจินในด้านที่ดีขึ้น

จินทำหน้าตลกถ่ายคู่กับมินนี่ ทำให้คาเมะหัวเราะออกมา

ทั้งคู่เดินกินไอติมกันไปเรื่อยๆ

ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเพราะเวลาเย็น

เสียงโทรศัพท์ของจินดังขึ้น พวกเด็กๆนั่นเอง พวกเขาไปรออยู่ที่รถแล้ว

คงต้องกลับแล้วล่ะ เย็นป่านนี้แล้ว คาเมะพูดขึ้น

หา เดี๋ยวสิ ไม่ จินปฏิเสธทันที

เขายังอยากสร้างบรรยากาศโรแมนติกยามค่ำคืนท่ามกลางแสงไฟในสวนสนุก

นี่ พวกนายน่ะ จะไปไหนก็ไปก่อน ยังไม่ต้องกลับเว้ย จินกระซิบใส่หูโทรศัพท์บอกพวกเด็กๆ แล้ววางหูทันที

พวกเด็กๆ เค้าบอกว่าขอเที่ยวต่ออีกหน่อยน่ะ จินยิ้ม โกหกคาเมะรอบสอง

เอางี้ พวกเราไปขึ้นชิงช้าสวรรค์รอเวลากันมั้ย จินออกความคิดเห็น

ก็ดีนะ คาเมะเห็นด้วย

ทั้งคู่เดินไปยังจุดขึ้นชิงช้าสวรรค์

ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว

แสงไฟหลากสีส่องสว่างไสวไปทั่วสวนสนุก

คาเมะและจินนั่งอยู่บนชิงช้าสวรรค์ มันค่อยๆเคลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ

ร่างบางมองดูวิวบนพื้นดินอย่างตื่นเต้น

ดูสิ ชั้นเห็นโดนัลคุงด้วยล่ะจิน รอยยิ้มราวกับเด็กๆผุดขึ้นบนใบหน้าของคาเมะ

จินเลือกนั่งฝั่งเดียวกับคาเมะ ราวกับว่าเขาต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง

เขารู้สึกอยากมองเห็นใบหน้าของคาเมะอย่างชัดเจน

อยากรับรู้ถึงกลิ่นอายของคาเมะอีก

จินทำไมเงียบไป คาเมะหันกลับมามอง

ใบหน้าขาวนวลเนียนของร่างบางที่หันกลับมา ดวงตาสุกใสราวกับเด็กๆมันทำให้จินใจเต้นแรง

ใบหน้าของร่างบางอยู่ห่างไม่ถึงคืบ

ริมฝีปากที่เผยออยู่ของคาเมะ ราวกับว่ามันกำลังเชิญชวนชายหนุ่มอยู่

ชิงช้าของจินและคาเมะเคลื่อนไปหยุดที่จุดสูงสุด

สรรพเสียงทั้งหลายหายไป ราวกับทุกสิ่งหยุดนิ่งอยู่กับที่

ไม่มีเสียงใดได้ทันเอื้อนเอ่ยออกมา

ริมฝีปากของชายหนุ่มประกบเข้ากับริมฝีปากสีชมพูของร่างบาง

มือแกร่งโอบเอวร่างบางเอามาแนบชิด

ร่างบางตกตะลึง พยายามดันตัวออก

แต่ก็ถูกร่างสูงดึงรั้งให้ใกล้เข้ามาอีก มืออุ่นแนบอยู่กับแผ่นหลังนั้น

ความอบอุ่นถูกถ่ายทอดสู่กัน ร่างบางอ่อนแรงลง ค่อยๆหลับตาลง

ปลายลิ้นอุ่นสอดเข้าไปในปากของร่างบาง

ปลุกร่างบางให้ได้สติ

รวบรวมพลังที่มีผลักชายหนุ่มออกไปสุดแรง

นายทำอะไรน่ะ คาเมะเช็ดริมฝีปาก หอบแฮ่กด้วยความตกใจ

ก็ก็ชั้นชอบ. ไม่ทันทีจินจะได้พูดจบ

กำปั้นลุ่นๆก็ซัดเข้าใส่แก้มซ้ายของเขา

โอ้ย อะไรกัน จินจับแก้มตัวเอง ไม่เชื่อว่าคาเมะจะโกรธ

นายนายมันก็คิดแค่เรื่องนี้ คิดที่จะหาความสนุกจากชั้น ต้องอีกกี่ครั้งถึงจะพอ ชั้นไปทำอะไรให้นายโกรธแค้นเหรอ ถึงได้มาทำกับชั้นแบบนี้ น้ำอุ่นๆไหลออกจากดวงตาที่สุกใสของร่างบาง มันบดบังแววตาที่อ่อนโยนนั้นจนสิ้น น้ำตาไหลอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุด

ทำไมล่ะ .ก็ชั้นรักชายหนุ่มพยายามปลอบประโลมร่างบาง ค่อยๆเอื้อมมือไปแตะใบหน้าเปื้อนน้ำตานั้น

อย่า.อย่านะ อย่ามาแตะต้องชั้น ออกไป ออกไปเซ่!!!! น้ำตาไหลราวกับทำนบพัง เหมือนต้องการระบายสิ่งที่อัดอั้นทั้งหลายออกมา

จินจำต้องชักมือกลับ ร่างบางยังคงมีฝันร้ายนั้นอยู่ คงไม่คิดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นไม่ได้เจตนาร้ายอะไรเลย

เป็นเวลาพอดีที่ชิงช้านั้นลงมาถึงพื้นพอดี คาเมะพรวดพราดออกไป ก้าวเดินฉับๆ พร้อมปาดน้ำตาทิ้ง

จินก้าวตามไป แต่ก็ไม่อาจคว้าร่างบางนั้นไว้ได้

เมื่อมาถึงที่รถ พวกเด็กๆนั่งรอกันอยู่นานแล้ว นึกอยากถามว่าไปไหนมา แต่เมื่อเห็นบรรยากาศมาคุนี้แล้ว ก็กลืนคำถามลงคอไป

ร่างบางนั่งข้างคนขับแต่สายตาเหม่อมองออกไปด้านข้างหน้าต่าง ไม่ยอมมองแม้แต่หน้าจิน